Archive for the ‘สุขภาพ’ Category

ข้าว-แป้ง ให้ประโยชน์อะไรต่อร่างกาย


06 Jul

อาหารกลุ่มข้าว-แป้ง เป็นอาหารที่รับประทานในปริมาณมากที่สุด ในบรรดาอาหาร 5 หมู่ของไทย คือ รับประทานวันละ 8-12 ทัพพี ในขณะที่รับประทานพืชผัก 4-6 ทัพพี และเนื้อสัตว์ 6-12 ช้อนโต๊ะ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ถ้าไม่เกี่ยงเรื่องราคาจะรับประทานอาหารกลุ่มเนื้อสัตว์เป็นหลักไม่ได้หรือ ทั้งที่ได้รสชาติก็อร่อยกว่าและรับประทานครั้งละมาก ๆ จนอิ่มก็ได้ เช่น สเต๊ก ไก่ย่าง และหมูปิ้ง เป็นต้น

อาหารหลัก 5 หมู่
หมู่ 1 เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่วเมล็ดแห้ง
หมู่ 2 ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน
หมู่ 3 ผักใบเขียว และพืขผักสีต่าง ๆ
หมู่ 4 ผลไม้
หมู่ 5 น้ำมันและไขมัน

อาหารกลุ่มเนื้อสัตว์ มีสารอาหารหลักคือ โปรตีนซึ่งให้ประโยชน์ต่อร่างกายคือ

1.นำไปสร้างส่วนประกอบของร่างกาย ได้แก่ เนื้อเยื่อของอวัยวะต่าง ๆ กล้ามเนื้อ กระดูก และเส้นผม ช่วยในการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดสึกหรอ

2.นำไปสร้างสารต่าง ๆ เพื่อช่วยในการทำงานของร่างกาย ได้แก่ เม็ดเลือด ฮอร์โมน เอนไซม์ และสารต้านโรค

3.ให้พลังงาน โปรตีน 1 กรัมให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี แต่การนำโปรตีนไปใช้เป็นพลังงานในร่างกายจะเหลือส่วนที่มีไนโตรเจนซึ่งใช้ เป็นพลังงานไม่ได้ ถ้ามีมากเกินไปจะถูกส่งไปให้ตับเปลี่ยนแปลงรูปแบบแล้วส่งให้ไตขับออกจากร่าง กาย ทำให้ตับและไตทำงานมากขึ้นจึงควรนำโปรตีนไปทำประโยชน์ตามข้อ 1 และ 2 ดีกว่า

อาหารกลุ่มข้าว-แป้ง อาหารกลุ่มนี้เป็นแหล่งของ คาร์โบไฮเดรตซึ่งเป็นสารอาหารหลักที่ให้พลังงานแก่ร่างกายคาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี เมื่อรับประทานข้าว-แป้งเข้าไป จะเกิดการย่อยในลำไส้เล็ก คาร์โบไฮเดรตถูกย่อยให้มีขนาดเล็กลงจนอยู่ในรูปน้ำตาลกลูโคส (more…)

บริหารคอ เพิ่มพลัง บรรเทาปวด


05 Jul

อาการปวดเมื่อยบริเวณคอ มักจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับหลาย ๆ คน โดยอาการดังกล่าวอาจเป็นผลมาจากการทำงาน เช่น นั่งหลังค่อมหดลำคอจ้องจอคอมพิวเตอร์ ก้มหน้าอ่านหนังสือเป็นเวลานาน หรือการเอียงคอเพื่อให้ศีรษะหนีบโทรศัพท์แทนการถือด้วยมือ

พฤติกรรมดังกล่าว หากทำบ่อย ๆ จะส่งเสียต่อกล้ามเนื้อบริเวณคอ และเกิดอาการปวดเมื่อย คุณผู้อ่านจึงควร ลด ละ เลิก พฤติกรรมดังกล่าว และหันมาบริหารคอ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบริเวณคอ ตามคำแนะนำต่อไปนี้… ยืดเหยียดคอ -ตั้งคอตรง และเอียงคอลงไปทางซ้ายสลับขวา -หันคอไปทางด้านซ้ายสลับขวา -ตั้งคอตรง เงยหน้าเอียงคอไปข้างหลัง กลับมาตั้งคอตรง และก้มหน้า เอียงศีรษะลงพื้น เสริมความแข็งแรงของคอ -ตั้งคอตรง ใช้ฝ่ามือข้างใดข้างใดข้างหนึ่ง วางที่หน้าผาก ก้มศีรษะไปด้านหน้า โดยให้ฝ่ามือดังกล่าวเป็นตัวต้าน เสริมความแข็งแรงให้คอด้านหน้า -เสริมความแข็งแรงของคอด้านหลัง ด้วยการประสานมือทั้งสองข้างไว้ที่ด้านหลังศีรษะ เงยหน้ากดศีรษะไปด้านหลัง ให้มือทั้งสองออกแรงต้าน -ตั้งคอตรง วางฝ่ามือเหนือใบหู เอนคอไปด้านข้าง ให้ฝ่ามือช่วยต้าน แล้วสลับทำอีกด้าน เพื่อเสริมความแข็งแรงคำด้านข้าง -และเสริมความแข็งแรงให้กับคอด้านข้างในลักษณะหัน ด้วยการวางฝ่ามือที่แก้มใกล้ใบหู ออกแรงหันหน้าต้านฝ่ามือ ทำสลับอีกด้าน ข้อควรรู้ การบริหารคอในท่าต่าง ๆ ข้างต้น ควรทำค้างแต่ละท่าราว 20 วินาที และไม่บริหารคอด้วยความรุนแรง เพราะอาจเกิดอาการบาดเจ็บได้

ที่มา : women.sanook.com

ประจำเดือนแบบไหนที่ควรตกใจ


30 Jun

ประจำเดือนเป็นเรื่องใกล้ตัวสาวๆทุกคน แต่ก็ใช่ว่าเราจะรู้เรื่องนี้กันดีนัก พอเกิดอาการผิดแผกแตกต่างจากเดือนก่อนๆขึ้นมา สาวๆก็ตกใจแทบสิ้นสติ มาเรียนรู้เรื่องประจำเดือนกันเถอะ

วิธีสังเกตประจำเดือนผิดปกติแบบง่ายๆ

ขั้นแรกให้ลองเปรียบเทียบกับประจำเดือนปกติ ซึ่งมีลักษณะดังนี้
1. ระยะเวลาเลือดประจำเดือนออกจะอยู่ในราว 4 – 6 วัน หากนานกว่า 7 วันถือว่าผิดปกติแล้ว
2. ปริมาณเลือดประจำเดือนในแต่ละเดือนประมาณ 30 มล.ขึ้นไป แต่ถ้ามากกว่า 80 มล. ถือว่าผิดปกติ
3. ระยะห่างระหว่างประจำเดือนจะมีเวลาประมาณ 24 – 35 วัน

หากมีลักษณะของประจำเดือนผิดไปจากที่กล่าวมา ข้างต้น เช่น มีปริมาณมากกว่าปกติ, รอบของประจำเดือนมีระยะเร็วกว่า 24 วัน หรือช้ากว่า 35 วัน, มีประจำเดือนมากและนาน หรือมีไม่เสมอต้นเสมอปลาย ก็ให้ถือว่าเข้าข่ายประจำเดือนมาไม่ปกติแล้ว

สาเหตุและการรักษา สาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติมีอยู่ 2 ประเภทคือ ประเภทแรกเป็นความผิดปกติจากการสร้างฮอร์โมนของรังไข่และเยื่อบุโพรงมดลูก หรือเป็นโรคบางอย่างเกี่ยวกับสมองที่มีหน้าที่ควบคุมการทำงานของรังไข่ ส่วนประเภทที่สองมีสาเหตุมาจากโรคเลือดบางชนิด ที่เมื่อเป็นแล้วจะมีอาการเลือดแข็งตัวช้า หยุดไหลได้ยาก หรือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อบางอย่างในโพรงมดลูก ส่วนวิธีรักษานั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุของความผิดปกติ หมออาจจะรักษาด้วยยา ฮอร์โมน หรือวิธีอื่นๆ ตามแต่กรณี (more…)

โรคบ้างาน ภัยเงียบ! ของคนวัยทำงาน


28 Jun

ท่ามกลางการแข่งขันของสังคมไทยในยุคปัจจุบันทำให้คนเราต้องทำงาน หนักมากขึ้น เพื่อให้มีรายได้ที่พอเพียงสำหรับการเลี้ยงดูครอบครัว โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานที่เพิ่งก่อร่างสร้างตัวหรือสร้างครอบครัวใหม่บางคน ถึงกบต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าตัว เพราะมีความต้องการสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น บ้าน รถ ฯลฯ และจากการทำงานที่หนักขึ้นอาจกำลังเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพกายและใจได้โดยไม่ รู้ตัวจนส่งผลให้บุคคลนั้นมีอาการของ “โรคบ้างาน”

โรคออฟฟิศซินโดรม หรือ โรคบ้างาน ปัจจุบันโรคนี้จะพบมากขึ้นในคนไทยซึ่งแต่เดิมที่จะพบแค่ในผู้ชายญี่ปุ่เท่า นั้นซึ่งเรียกว่าโรค Workaholic หรือโรคติดงาน

คนที่ชอบทำงานหนัก หากได้ยินชื่อโรคนี้อาจจะตื่นตระหนกได้ แต่ความจริงแล้วโรคออฟฟิศซินโดรมหรือบ้างานนี้ไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงและน่า กลัวอย่างที่คิด เป็นแค่เพียงภาวะทางจิตอย่างหนึ่งเท่านั้นแต่ถ้าไม่ได้รับการดูแลอาจจะก่อ ให้เกิดโรคทางร่างกายตามมา (more…)

ได้เวลาเปลี่ยนชั้นใน


21 Jun

ชุดชั้นใน

ปัจจุบันคุณสาวๆ จะเฉิดฉายด้วยชุดสวยภายนอกเพียงอย่างเดียว คงไม่เพียงพอซะแล้ว เพราะหากพลาดหรือละเลยสิ่งใกล้ตัวที่นับเป็นปราการด่านแรกในการเลือกสวมใส่ บนเรือนร่างอย่าง “ชุดชั้นใน” พื้นฐานสำคัญที่ช่วยเสริมให้สรีระทรวดทรงมีโครงร่างที่สวยงาม ได้สัดส่วนตามธรรมชาติ ซึ่งหากถูกละเลยก็จะเป็นโทษมหันต์ที่สามารถทำลายบุคลิกภาพของคุณได้เช่นกัน
โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสรีระทรวงอกของผู้หญิงโดยเฉพาะ ณ แผนกชุดชั้นในสตรี ห้างโรบินสัน แนะนำว่า อย่าคิดว่าชุดชั้นในตัวเก่งของคุณจะมีอายุยืนยาวนะจ๊ะ เพราะโดยทั่วไปชุดชั้นในส่วนใหญ่จะมีอายุการใช้งานประมาณ 4 เดือนเท่านั้น โดยให้สังเกตเห็นอาการ ดังต่อไปนี้ โครงยกทรงเริ่มบิดจนไมได้รูป หรือ ตัวโครงเหล็กทะลุออกมาเซย์ฮัลโหลทักทาย กับโลกภายนอก บ้างหรือเปล่า? คัพยกทรงเสียรูปบวมบิด ไม่เป็นทรง แถมยังเคลื่อนไปมาขณะสวมใส่ทำให้ไม่สบายตัว หรือไม่? สายบราออกอาการหย่อน ยืด ย้วย โดยเฉพาะถ้าปรับสายแล้วแต่ยังหย่อนอยู่ละก็ แสดงว่าอิลาสติกเสื่อมสภาพกลับบ้านเก่าไปเรียบร้อย

หากคุณสาวๆ พบว่า ชุดชั้นในตัวเก่งของคุณ เริ่มมีอาการเข้าขั้นในข้อใดข้อหนึ่ง หรือ เป็นเกือบทุกข้อแล้วละก็ เตรียมโบกมืออำลาบราเก่าไปได้เลย รีบลุกขึ้นมาเปลี่ยนกันได้แล้วนะจ๊ะ เพราะชุดชั้นในตัวดีของคุณ อาจเป็นสาเหตุทำให้เจ็บป่วย ขืนยังฝืนใส่อยู่ละก็ จะส่งผลไม่ดีต่อสุขภาพ เพราะทำให้ทรวงอกคุณผิดรูปร่าง นำมาซึ่งความไม่สบายกายไม่สบายใจ แถมยังไม่ดีต่อสรีระที่สวยเพอร์เฟกท์ในการใส่เสื้อผ้าอีกด้วย

ที่มา : women.sanook.com

รู้จักเส้นเลือดและวิธีหยุดเลือด


19 Jun

เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้แม้ไม่ประมาทและมักทำให้เกิดเลือดตก ยางออกอยู่เสมอ ดังนั้นวันนี้ขอแนะนำวิธีการห้ามเลือดอย่างถูกต้อง แต่ก่อนจะเรียนรู้เทคนิคการห้ามเลือด เราควรทราบเรื่องราวของเส้นเลือดก่อน

เส้นเลือดแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ประกอบด้วย เส้นเลือดแดง เป็นเลือดที่ไหลออกมาจากหัวใจเพื่อไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หากเกิดแผลที่ทำให้เลือดออกจากเส้นเลือดชนิดนี้จะห้ามเลือดยาก โดยเลือดจะทะลักออกตามจังหวะการเต้นของหัวใจ เลือดจะเป็นสีแดงและไม่เกิดลิ่มเลือด

ต่อมาเป็น เส้นเลือดดำ เมื่อเกิดแผลเลือดที่ไหลออกมาจะมีสีคล้ำ ไหลแบบริน ๆ ไม่เร็ว ไม่ช้า เนื่องจากเป็นเลือดที่อวัยวะต่าง ๆ ใช้ออกซิเจนแล้วกำลังส่งกลับไปยังหัวใจ

และเส้นเลือดฝอย คือเส้นเลือดที่เชื่อมโยงเป็นตาข่ายระหว่างเส้นเลือดแดงกับเส้นเลือดดำ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักเป็นแผลแล้วเลือดออกจากเส้นเลือดชนิดนี้ โดยเลือดจะซึมออกมาช้า ๆ สามารถห้ามเลือดได้ง่าย

มาถึงวิธีการห้ามเลือดนั้นทำได้ง่ายที่สุดคือการใช้ นิ้วหรือฝ่ามือกดลงบริเวณปากแผล ซึ่งจะต้องเป็นแผลถลอก ขนาดเล็ก ตื้น ๆ แต่ถ้าสามารถหาสำลีหรือผ้าสะอาดก็ให้นำมาใช้ปิดปากแผลเพื่อปฐมพยาบาลเบื้อง ต้น หากแผลใหญ่เลือดไหลออกมาก ควรใช้วิธีขันชะเนาะ และควรคลายเชือกทุก 15 นาที เพื่อให้เลือดสามารถไหลเวียนไปเลี้ยงเซลล์ได้ อย่างไรก็ตาม การขันชะเนาะนิยมใช้เมื่อบาดแผลเกิดขึ้นบริเวณแขนหรือขา

สำหรับวิธีขันชะเนาะนั้น เริ่มจากใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าที่หาได้พับเป็นเบาะสี่เหลี่ยมวางบนเส้นเลือด แดงบริเวณแขนหรือขา จุดที่คลำชีพจรพบ จากนั้นใช้ผ้าหรือเชือกพันรอบแขนหรือรอบขาบนเบาะราวสองรอบแล้วผูกเงื่อน 1 ครั้ง สอดท่อนไม้ก่อนผูกเงื่อนตายซ้ำอีกทบ

ลำดับต่อมาให้หมุนท่อนไม้ไปรอบ ๆ เงื่อนที่ผูกไว้อีกหลายครั้ง ถือเป็นการขันชะเนาะจนเลือดหยุดไหล แล้วผูกปลายอีกด้านของท่อนไม้เข้ากับแขนหรือขาป้องกันเกลียวคลายหลุดออก.

ที่มา : women.sanook.com

ข้ออ้างใหม่ถูกใจสาว…ชอปปิ้งดีต่อสุขภาพ


18 Jun

การชอปปิ้งช่วยใหู้ผู้หญิงเผาผลาญพลังงานได้เกือบ 48,000 แคลอรี่ต่อปี หรือการกินอาหารรวม 25 วัน

งาน วิจัยพบข้ออ้างใหม่ถูกใจสาวนักชอป… ระบุการเดินซื้อของในแต่ละสัปดาห์ ช่วยเผาผลาญพลังงานได้เฉลี่ยถึง 385 แคลอรี่ หรือเท่ากับแคร์รอทเค้ก 1 ชิ้น หรือไวน์แก้วใหญ่ 2 แก้ว

ตลอดทั้งปี ผู้หญิงจะเดินหาซื้อของลดราคารวมแล้ว 247 กิโลเมตรหรือพอๆ กับระยะทางจากกรุงลอนดอนไปนอตติ้งแฮม ซึ่งกว่าครึ่ง ของกลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,000 คน ที่เป็นสาวนักชอปจากเมืองผู้ดี บอกว่า “การเดินซื้อของเหนื่อยกว่าการออกกำลังกายในฟิตเนส”

ผลสำรวจที่ดีเบนแฮมส์ ห้างสรรพสินค้าดังในอังกฤษ จัดทำขึ้นยังพบว่า… ในแต่ละสัปดาห์ ผู้หญิงใช้เวลาเฉลี่ย 2.5 ชั่วโมง และระยะทาง 4.7 กิโลเมตรในการเดินห้าง เมื่อเทียบกับผู้ชายที่ใช้เวลาเฉลี่ยแค่ 50 นาที และระยะทางในการเดินเพียง 2.4 กิโลเมตรเท่านั้น


นอกจากนี้ ยังพบว่าทุกครั้งที่ออกไปชอปปิ้ง ผู้หญิงจะเดิน 7,305 ก้าว หรือเกือบ 3 ใน 4 ของระยะทางที่หน่วยงานด้านสาธารณสุขของอังกฤษแนะนำให้เดินในแต่ละวัน

นักวิจัยคำนวณว่าการชอปปิ้ง 3 ชั่วโมงช่วยเผาผลาญพลังงาน 495 แคลอรี่ที่ได้ จากบิ๊กแมค 1 ชิ้น, ชอปปิ้ง 2 ชั่วโมงเผาผลาญพลังงาน 283 แคลอรี่ หรือเท่ากับกาแฟลาเต้ 1 แก้ว

กลุ่มสำรวจ 1 ใน 3 บอกว่าชอปปิ้ง ‘จริงจัง’ สัปดาห์ละครั้ง ขณะที่ 8 ใน 10 ยอมรับว่าใช้เวลาและเดินทนขึ้นเมื่อไปชอปกับเพื่อน ระหว่างนั้นยังแวะกินอาหารกลางวันหรือดื่มกาแฟด้วย แต่ 45% บอกว่าเดินชอปจนหมดแรงโดยไม่นั่งพักเลย

ในการสำรวจอีกชิ้น ผู้เชี่ยวชาญได้คำนวณว่า ผู้หญิงเผาผลาญพลังงาน 5 แคลอรี่ในทุกๆ 1 นาที ที่เดินดูของ หรือเกือบ 48,000 แคลอรี่ต่อปี หรือเท่ากับปริมาณการบริโภคอาหารที่แนะนำไว้วันละ 1,940 แคลอรี่ 25 วัน

ผลศึกษายังแสดงให้เห็นว่า แต่ละเดือน ผู้หญิงเดินชอปปิ้งตามห้าง ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าใกล้บ้าน 11 ครั้ง รวมเวลาที่ใช้ไปทั้งสิ้นราว 13 ชั่วโมง

ผู้หญิง 2 ใน 3 จากกลุ่มสำรวจทั้งหมด 3,000 คนในโพลล์ของสกินนี คาว ผู้ผลิตของหวานไขมันต่ำ ไม่ชอบเดินทอดน่องละเลียดดูของ แต่จะรีบหาทุกอย่างที่ต้องการอย่างเร็วที่สุด เท่าที่ทำได้…

ที่มา : women.sanook.com

สาวกรุงงานรัดตัว ละเลยตรวจสุขภาพน้อยกว่าหญิงภาคอื่น


17 Jun

สสช.เผย ผลสำรวจอนามัยการเจริญพันธุ์หญิงไทยในปี 2552 พบสาว กทม. ละเลยการตรวจสุขภาพตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเต้านม มะเร็งปากมดลูก น้อยกว่าภาคอื่นๆ เหตุชีวิตเร่งรีบ หน้าที่การงานรัดตัว

นางจีรา วรรณ บุญเพิ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยว่า สสช.และกรมอนามัยร่วมสำรวจอนามัยการเจริญพันธุ์หญิงไทย ประจำปี 2552 พบว่าผู้หญิงในเขตเทศบาลแต่งงานช้ากว่าผู้หญิงที่อยู่นอกเขตเทศบาล ส่วนการตรวจหาก้อนที่เต้านมของหญิงอายุ 30- 59 ปี ในรอบปีที่ผ่านมามีเพียงร้อยละ 58.1 ซึ่งเป็นการตรวจด้วยตนเองร้อยละ 23.6 ตรวจโดยบุคลากรสาธารณสุขร้อยละ 20.3 และตรวจด้วยตนเองและบุคลากรสาธารณสุข ร้อยละ 14.2 เมื่อพิจารณาจำแนกตามเขตการปกครองและภาค พบว่า หญิงที่อาศัยในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเคยตรวจหาก้อนที่เต้านมใน รอบปีที่ผ่านมาสูงกว่าภาคอื่นๆ คือร้อยละ 64.9 และ 63.3 ตามลำดับ ส่วนภาคที่เคยตรวจน้อยที่สุด คือ กรุงเทพมหานคร ร้อยละ 47.4

ด้านการ ตรวจมะเร็งปากมดลูก หญิงอายุ 30 – 59 ปี ที่เคยตรวจมะเร็งปากมดลูกในรอบ 5 ปีที่ผ่านมามี ร้อยละ 60.2 หญิงที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ มีสัดส่วนที่เคยตรวจต่ำสุด ร้อยละ 44.4 ส่วนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีสัดส่วนใกล้เคียงกันและสูงกว่าภาคอื่นๆ คือร้อยละ 69.0 และ 67.3 ตามลำดับ ทั้งนี้อาจเนื่องจากการรณรงค์ในการตรวจมะเร็งระบบสืบพันธุ์ผ่านทางอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ และสถานพยาบาลในพื้นที่นอกเขตเทศบาล สามารถเข้าถึงครัวเรือนหรือกลุ่มเป้าหมายได้มากกว่าในเขตเทศบาล โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ผู้หญิงมีการทำงานหรือดำเนินชีวิตอยู่นอกครัวเรือนและเร่งรีบ โอกาสในการเข้าถึงบริการตรวจมะเร็งระบบสืบพันธุ์โดยบุคลากรสาธารณสุข มีน้อยกว่าหญิงที่อยู่ในภาคอื่น

ที่มา : women.sanook.com

กระแสนิยมอาหารสุขภาพ


08 Feb

กระแสนิยมอาหารสุขภาพก็ยังมีคนเชื่อแบบผิดๆ จึงไม่ควรตามกระแสมากเกินไป กินแบบพอดีครบ 5 หมู่ ครบทุกมื้อ กินผักผลไม้มากขึ้น หันมากินธัญญาหาร หรือเครื่องดื่มธัญญาหารแบบสำเร็จเพื่อเพิ่มเส้นใยให้ขับถ่ายง่ายและช่วยลด คอเลสเตอรอล ซึ่งหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป เพราะปกติร่างกายควรได้รับปริมาณใยอาหาร 20-25 กรัมต่อวัน หากมากเกินไปกากใยจะไปดูดสารอาหารอื่นๆ ดังนั้น เดินสายกลางตามหลักโภชนาการเป็นดีที่สุด

ด้าน รศ.พญ.ชุติมา ศิริกุลชยานนท์ ภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ และประธานโครงการเด็กไทยดูดีและมีพลานามัย มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า อาหารสุขภาพจากธรรมชาติ คือ อาหารที่ได้รับการปลูกและเติบโตตามธรรมชาติไม่มีการเติมสารเคมีใดๆ หากพูดตามหลักโภชนาการจะต้องเป็นอาหารครบ 5 หมู่ ประกอบด้วย ข้าว แป้งขัดสีน้อย ธัญญาหาร เนื้อสัตว์ ผักผลไม้ และไขมัน การนำมาประกอบอาหารจะต้องสุก สะอาด และสงวนคุณค่าทางโภชนาการ

ความสำคัญ…ของอาหารเช้า


08 Feb
วิถีชีวิตของคนไทยในสังคมเมืองที่มีความเร่งรีบส่งผลให้พฤติกรรมสุขภาพของเรานั้นได้เปลี่ยนไป โดยเฉพาะคนวัยทำงาน นักศึกษา
หรือนักเรียน ที่ต้องเร่งรีบออกจากบ้านแต่เช้าเพื่อไปให้ถึงที่ทำงาน หรือสถานศึกษาให้ทันเวลา และมีคนบางกลุ่มให้เหตุผลว่าการ
งดอาหารเช้าเป็นการลดความอ้วนวิธีหนึ่ง และไม่ให้ความสำคัญกับอาหารมื้อเช้าโดยการละเลย (more…)